วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร

กรุงเทพ
วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร
แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พิกัด

วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร มีกุฏิหลังที่เป็นสถานที่ที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สนทนาธรรมกับท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ(จันทร์ สิริจนฺโท) เป็นประจำในช่วงปี พ.ศ. 2457 ก่อนเดินทางกลับภาคอีสาน ท่านได้แนะนำธรรมปฏิบัติแก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาที่มาถามปัญหาธรรมกับท่านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้พระมหาเถระได้นิมนต์ท่านไปพบ เพื่อสัมโมทนียกถาโดยเฉพาะ

เหตุเกิดในพรรษาที่ ๘  ครั้งนั้น หลวงปู่มั่นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยพักที่กุฏิวัดสระปทุม (ปัจจุบันคือ “วัดปทุมวนาราม”) เพื่อศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติไปพร้อมๆ กัน  ระหว่างจำพรรษาที่นี่ 3 พรรษา ท่านต้องเดินทางไปยังวัดบรมนิวาสเพื่อฟังเทศน์ศึกษาธรรมจากท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) เป็นประจำราตรีหนึ่งในคืนเดือนเพ็ญ หลวงปู่มั่นพร้อมสหธรรมิกราว 5 รูป ได้เดินทางไปฟังธรรมจากท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ตามปกติ  

ระหว่างที่พระคาราวานนี้เดินทางกลับวัดสระปทุม บนถนนพระราม 1 ยามราตรี แสงเพ็ญกระจ่างส่องสว่าง มองเห็นภาพสองข้างทางโดยไม่ต้องใช้ไฟประทีป สหธรรมิกท่านอื่นๆ เดินก้มหน้าก้มตานำหน้า ในขณะที่หลวงปู่มั่นเดินตามหลัง ผ่านหน้าวังของกรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ (ปัจจุบันคือ “โรงเรียนช่างกลปทุมวัน”) ซึ่งเป็นวังแบบยุโรปที่นับว่าสวยงามแปลกตามากในสมัยนั้นหลวงปู่มั่นมองเห็นก็คิดเข้าใจไปโดยอัตโนมัติว่า “สวยงาม”  แต่ด้วยความต่อเนื่องของสติสัมปชัญญะในทันทีที่คิดว่า “สวยงาม” เท่านั้น จิตก็รวมลง เกิดความรู้ขึ้นมาว่า “ดินหนุนดิน” แล้วจิตก็ไม่หยุดนิ่ง กลับรวมลงไปอีก แล้วญาณก็เกิดขึ้น กำหนดรู้อริยสัจเหมือนในพรรษาที่ ๓ ณ วัดเลียบ (การรู้ธรรมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2) จิตรู้อริยมรรคโดยทวนของเก่าว่า "ดินหนุนดิน" คือ สังขารทั้งหลายที่มีวิญญาณครองและไม่มีวิญญาณครอง เพราะธาตุทั้ง 4 รวมกัน โดยมีธาตุดินเป็นธาตุนำ เพราะเป็นของแข็ง เหมือนเอาดินก่อก่ายกันขึ้นมา  ส่วนธาตุนอกนั้นเป็นธาตุอาศัย  

นอกจากนี้ยังได้ความรู้เพิ่มอีกว่า  อริยธรรมนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนหัวหลักหัวตอ ขี้ดิน ขี้หญ้า ฟ้าแดดดินลม พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงเดือน ดาวนักขัตฤกษ์ที่ไหน คงตั้งอยู่ที่คนนี่เอง ไม่เลือกกาล สถานที่ อิริยาบถ" หลวงปู่มั่นชี้ชวนให้ดูว่า  "ดูแต่เรานี่สิ... ยืนว่ากันกลางถนนในกรุงเทพฯ นี้เลย"

วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เป็นวัดที่พระวชิรญาณเถระโปรดให้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2377 ประกอบด้วยพระอุโบสถ พระเจดีย์ และกุฏิ 14 หลัง การก่อสร้างดังดำเนินมาจนกระทั่งพระวชิรญาณเถระลาผนวชและขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอารามได้รับการปฏิสังขรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งในสมัยที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เป็นเจ้าอาวาส โดยเจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ 5 และพระราชโอรสธิดา เป็นผู้สนับสนุนทุนทรัพย์


วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร

รูปภาพ



แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

เมืองโบราณ

(41 นาที 37.1 กม.)

พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งแห่งสยามประเทศ แหล่งรวบรวมสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในประเทศไทยจัดแสดงไว้อย่างมีชีวิตชีวาบนพื้นที่กว่า 800 ไร่

พิกัด

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

(36 นาที 22.4 กม.)

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้ ซึ่งมีมะม่วงน้ำดอกไม้ และกล้วยหอม อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีเนื้อที่ประมาณ 1,938 ไร่ รูปร่างคล้ายกระเพาะหมูหรือแอกวัว หรือเรียกว่า คุ้งกระเพาะหมู มีแหล่งท่องเที่ยวเพื่อชม หิ่งห้อย และ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งจะเปิดเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

พิกัด

ชุมชนคลองบางหลวง

29 นาที 11.6 กม.

ตั้งอยู่ที่เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ภายในมีตลาดน้ำ ประกอบด้วยชุมชน อาคารไม้เก่าแก่สูง 2 ชั้นเรียงรายตลอดริมฝั่งคลองบางหลวง ร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านตัดผม นิทรรศการชุมชน ซึ่งรวบรวมของเก่าต่างๆ ไว้หลายชนิด

พิกัด

© บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)